Extreme Ownership
3 บทเรียนที่ได้รับจากหนังสือ Extreme Ownership
💪 ผู้นำที่แท้จริงต้องกล้า “รับผิดชอบทุกอย่าง”
Tip
ผู้นำต้องกล้ารับผิดชอบต่อทุกความผิดพลาด แม้จะไม่ใช่ความผิดของตัวเองโดยตรง เพราะการรับผิดคือรากฐานของความเป็นผู้นำที่แท้จริง ทั้งในสนามรบและในที่ทำงาน หากผู้นำไม่ยอมรับความผิด ทีมจะไม่พัฒนาและปัญหาจะเกิดซ้ำไม่รู้จบ
หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดจาก Extreme Ownership คือ ผู้นำต้องกล้ารับผิดชอบต่อทุกความผิดพลาด
หลายคนกลัวการรับผิด เพราะคิดว่ามันคือ “ความด่างพร้อย” แต่สำหรับผู้นำที่แท้จริง การรับผิดคือ “จุดเริ่มต้นของการพัฒนา”
คุณ Jocko เผชิญเหตุการณ์ยิงพวกเดียวกัน (Blue on Blue) แม้จะมีหลายปัจจัยผิดพลาด แต่ในฐานะผู้บังคับบัญชา เขาตัดสินใจ รับผิดชอบทั้งหมด แม้รู้ว่ามันอาจทำลายอาชีพของเขาเอง
เพราะในสนามรบ “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือความรับผิดชอบของผู้นำ”
หาลองเปรียบเทียบกับในองค์กร ซึ่งมีปัญหาเพราะหัวหน้า “ไม่เคยรับผิด” โทษลูกน้อง โทษระบบ โทษสถานการณ์ จนทีมไม่พัฒนาและปัญหาวนซ้ำ
ผู้นำที่ดีไม่ใช่แค่ “สั่ง” แต่ต้อง นำให้ดู รับผิดก่อน และแก้ปัญหาไปพร้อมทีม
🔥 การนำ = ทำให้คนอื่น “ปฏิบัติได้จริง”
Tip
ผู้นำต้องเข้าใจเหตุผลของภารกิจให้ชัดก่อน แล้วส่งต่อความเข้าใจนั้นให้ทีมเชื่อมั่นและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะพาทีมฝ่าปัญหาและชนะได้
ผู้นำที่ดีต้อง เข้าใจเหตุผลของภารกิจอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะพาทีมเดินหน้าได้ เพราะถ้าผู้นำยังไม่เชื่อ ทีมก็ไม่มีวันเชื่อ
ในสนามรบ ทีม SEAL เคยต่อต้านภารกิจที่ต้องร่วมรบกับทหารอิรัก เพราะมันเสี่ยงและดูไร้เหตุผล แต่เมื่อถอยออกมามองในมุมยุทธศาสตร์ คำตอบก็ชัดเจน:
หากเขาดูแลตัวเองไม่ได้ แล้วใครจะดูแลประเทศของเขา
เมื่อผู้นำเข้าใจ “ทำไม” อย่างแท้จริง จึงสามารถ ส่งต่อเหตุผลให้ทีมคิดเอง เห็นเอง และเชื่อเอง
ไม่ใช่แค่สั่งให้ทำ แต่ทำให้ “เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร”
สิ่งที่ผู้นำต้องทำ เข้าใจเหตุผลของภารกิจให้ชัดเจน
สื่อสารเหตุผลให้ทีม “คิดตามได้”
ทำให้ทุกระดับบังคับบัญชาเห็นภาพเดียวกัน
เมื่อทุกคนเชื่อมั่นตรงกัน จึงสามารถกระจายอำนาจ และปฏิบัติได้อย่างมั่นใจ
ซึ่งในที่สุดแล้ว… ภารกิจจะสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อผู้นำและทีมเชื่อในเหตุผลเดียวกัน
💬 ทำไม “ง่าย ชัดเจน กระชับ” คือกุญแจของความสำเร็จ
Tip
ทำแผนให้ ง่าย ชัดเจน กระชับ เพราะแผนที่ซับซ้อนทำให้ทีมสับสนและเสี่ยงล้มเหลว การเริ่มจากสิ่งง่ายช่วยให้สื่อสารดีขึ้น รับมือเหตุฉุกเฉินได้ทัน และลดความสูญเสีย ทั้งในสนามรบและการทำงานร่วมกัน
ในภารกิจทางทหารครั้งหนึ่ง ผู้นำทีมวางแผนอย่างซับซ้อนจนยากต่อการสื่อสาร คุณ Jocko จึงแนะนำให้ “ทำให้ง่ายเข้าไว้ก่อน” เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันและพร้อมรับมือสถานการณ์จริง
เมื่อปฏิบัติการเริ่มขึ้น การสื่อสารที่ง่ายและชัดเจนช่วยให้ทีมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ทันเวลา ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นมากกว่านี้
หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับการทำงานทุกประเภท—ความซับซ้อนทำให้ทีมสับสน งานสะดุด และปัญหาสะสม การทำให้ทุกอย่าง ง่าย ชัดเจน และกระชับ ทำให้ทุกคนทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และพร้อมรับมือเหตุไม่คาดฝันได้ดีกว่าเสมอ